เมื่อวานนี้อ่านหนังสือของพี่ที่โรงงาน หนังสือเก่ามากแล้ว ชื่อประมาณเกี่ยวกันคณิตศาสตร์อะไรนี่แหละ

 

เรื่องกล่าวถึงวิธีการขายจักรยานของบริษัทแห่งหนึ่งในรัสเซีย ในสมัยพระเจ้าซาร์ (ก่อนสมัยคอมมิวนิสต์) ที่มีรูปแบบแปลกประหลาดสร้างความฮือฮาไปทั้งเมือง เดิมจักรยานในรัสเซียราคาจะอยู่ที่ 50 รูเบิล แต่บริษัทนี่ขึ้นป้ายโฆษณาเอาไว้

จักรยานคันละ 10 รูเบิลเท่านั้น หากสนใจเขียนจดหมายติดต่อมาที่เราพร้อมเงิน 10 รูเบิล

เมื่อมีเหยื่อมาติดกับเขียนจดหมายมายังบริษัทพร้อมเงิน 10 รูเบิล บริษัทก็จะจัดการส่งตั๋วไปให้นายมิคาอิล (นามสมมติ) 4 ใบ ทั้ง 4 ใบจะมีชื่อและนามสกุลของนายมิคาอิลกำกับอยู่ และมีโฆษณาข้างต้นเขียนอยู่ โดยมีกติกาว่านายมิคาอิลจะได้รับจักรยานก็ต่อเมื่อตั๋วทั้ง 4 ใบถูกส่งกลับบริษัทพร้อมเงิน 10 รูเบิลในตั๋วแต่ละฉบับ

  1. นายมิคาอิลเอาไปแจกให้เพื่อน 4 คน นายวลาดิเมียร์ กับเพื่อนๆอีก 3 คน
  2. ด้วยความโลภ นายวลาดิเมียร์ และเพื่อนๆ อีก 3 คนก็ส่งเงินอีก 40 รูเบิลไปช่วยค่าจักรยานให้นายมิคาอิล
  3. แล้วทั้ง  4 คนก็จะได้ตั๋วคนละ 4 ใบที่มีชื่อของตัวเอง และทำตามกฎเดียวกัน

นายมิคาอิลได้จักรยานในราคา 10 รูเบิล นายวลาดิเมียร์กับเพื่อนก็ได้จักรยานในราคา 10 รูเบิลเช่นกัน บริษัทก็ได้เงินค่าจักรยานคันละ 50 รูเบิล ไม่มีใครเสียประโยชน์

แต่โลกเราย่อมมีก็แห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเสมอเมื่อมีได้ ก็ต้องมีเสีย

แล้วใครซวย

 

เมื่อครั้งแรกที่นายมิคาอิลเขียนจดหมายไปถือเป็นรุ่นที่ 1 มีตั๋ว 4 ใบ

นายวลาดิเมียร์และเพื่อนรวม 4 คนมีตั๋วคนละ 4 ใบ รุ่นที่ 2ตั๋วอยู่ 16 ใบ

รุ่นถัดๆไปจะมีตั๋วงอกออกมา อีก 4 เท่า หรือ 4 ยกกำลัง [รุ่น]

 

ในไม่ช้าก็จะมีจักรยานและตั๋วอยู่เต็มเมือง ทีนี้คนในรุ่นหลังถ้าอยากได้จักรยานก็ต้อง เสียเงิน 10 รูเบิลเป็นค่าจักรยานให้กับรุ่นพี่ หรือรุ่นก่อนหน้าแล้วถือตั๋ว 4 ใบ 

แต่

เมื่อหันไปทางไหนจะแจกตั๋วให้ใครก็ไม่ได้ เพราะทุกคนก็ล้วนถือตั๋วอยู่ เืมื่อจำหน่ายจ่ายตั๋วออกไปไม่ได้หรือคนที่เอาตั๋วเราไปไม่จ่ายตังค์หรือจ่ายไม่ครบคนเราก็ไม่ได้จักรยานแถมเสียเงิน 10 รูเบิลฟรีด้วย ท่านผู้อ่านครับ เจอตัวคนซวยแล้วรึยังครับ การดำเนินธุรกิจเช่นนี้ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเพราะจักรยานก็ไม่ได้ขายโก่งราคา

ทุกคนถูกความโลภครอบงำจนหลุดเข้าไปในกับดักเอง

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว แต่แม้เดี๋ยวนี้คนจะฉลาดกว่าชาวรัสเซียเมื่อร้อยปีก่อนก็จริงก็ยังมีเหตุการณ์เช่นนี้โผล่มาเป็นระยะๆเสมอ ยิ่งโดยเฉพาะเศรษฐกิจไม่ดีแล้ว กิจการประเภทนี้จะโผล่้ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เช่น แชร์แม่ชม้อยอันโด่งดัง, A_way (เจ้านี้เขามีมานาน) คนที่เข้ามาที่หลังหรือเป็นลูกศิษย์ก็จะต้องทำยอดแล้วแบ่งเปอร์เซนต์ส่วนลดให้คนที่เป็นอาจารย์เรา โดยหวังว่าสักวันเราจะได้อยู่บนยอดพีรามิดหลอกแดกพวกข้างล่างต่อไป

 

ไม่นานมานี้ก็มีเพื่อนๆที่ยังหางานไม่ได้เริ่มยอมเสียเงินหลักหมื่น เพื่อทำงานส่งเมล์ประมาณว่า ใช้เวลาและอินเตอร์เน็ตของท่านให้เป็นประโยชน์ หารายได้วันละ 200 บาทจากเวลาพักกลางวันอะไรเทือกนี้

ถ้าจะให้เดาน่าจะมีอารมณ์ว่าใครชักชวนเพื่อนมาทำงานด้วยได้จะได้บลา..บลา..บลา.. 

คืองานมันก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไรอะนะแต่กว่าจะถอนทุนก็ซักร้อยวันมั้ง ระหว่างนั้นเราหลอกคนเข้ามาทำงานนี้กี่คน แน่ใจเหรอว่าเราไม่ใช่ฐานพีระมิด 

 

ปล. อย่างนี้เรียกว่า MLM

Comment

Comment:

Tweet